<<   สารบัญ    >>
ครัวกลางแจ้ง

ปลาเห็ด (ทอดมันปลาสับ)

สวัสดีครับ มาพบกะผมอีกเช่นเคย กระทาชายนายหมึกคล้ำดำปื๋อ ออกมาอาละวาดฟาดหัวฟาดหาง ในภาวะยุคข้าวยากหมากแพง ให้ท่านได้เปลี่ยนบรรยากาศลิ้มรสอาหารการกินกลางแจ้งกันอีกแล้วครับ ผลพวงจากสภาวะเศรษฐกิจที่บีบรัดจนหน้าเขียว ออกไปเที่ยวไหนไกล ๆ ก็ไม่ไหว ไหนจะราคาน้ำมันทีดันเพดานทะลุ 200 เหรียญต่อบาเรล ก็เลยต้องหาที่เที่ยวใกล้เข้ามาโต๋เต๋ตามบานเพื่อนพ้องและคนรู้จักมักคุ้น หนึ่งในนั้นก็มี พี่ใหญ่ ลำพญา ผู้มากด้วยน้ำใจแถบบางเลน สถานที่แห่งนี้ผมใช้เป็นที่แก้ขัด ยามขัดสน เอาไว้เป็นที่นอนกางเต้นท์เล่น ๆ ให้เย็นใจ หาผักหาปลา หาเรื่องพบปะเพื่อนพ้องกันละครับ เมื่อไม่นานมานี่เองผมได้มีโอกาสไปพบปะกะพี่ใหญ่เพื่อระลึกความหลังครั้งยังรุ่งโรจน์ จะมาถึงยุครุ่งริ่ง ก็เลยคว้าคันเบ็ดติดกายไปด้วย หากับข้าวกับบ้านไปในตัว ปรากฏว่า โชคไม่เข้าข้างเอาเสียเลย ไม่มีปลาใหญ่ เข้ามาติดปลายเบ็ด มีแต่ปลาเกล็ดตระกูลตะเพียน ได้แก่ กะแห,กะมัง,ตะเพียน อยู่ประมาณ 2 กก.เศษ พักพวกเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ตามมาต่างถามไถ่ว่าจะเอาไปทำอะไรดี นอกจากทอดกรอบ แหมปลาสด ๆ ทำอะไรได้เยอะแยะไป แต่จะให้ได้รสชาด ที่สามารถทำกับแกล้ม ก็ได้ หรือ จะทำเป็นกับข้าวก็ดี ต้องนี่เลยครับ ทอดปลาเห็ด  หลายคนคงสงสัยว่ามันคืออะไร แต่ถ้าเป็นคนต่างจังหวัด ในหลาย ๆ พื้นที่รู้จักดี มันก็คือทอดมันปลานั่นเองแหละครับ แต่ต่างกันก็ตรง ทอดมันปลากราย หรือ ทอดมันทั่ว ๆ ไปนั้น เราใช้แต่เนื้อมันมาบดนวดจนเหนี่ยว แต่ทอดมันปลาเห็ดนั้นเราสับทั้งเนื้อทั้งหนักกระดูกก้าง ปรุงรสพริกแกงให้เผ็ด รสชาดสำหรับคนชอบจัดจ้านเลยครับ ว่าแล้วตามมาดูลงมือทำกันเลยครับ

ส่วนประกอบ
1.ปลาเกล็ดตัวเล็ก อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวม ๆ กันขนาดฝ่ามือ จำพวกปลาตะเพียน,กะแห,กะมัง ,สร้
ย,แก้มช้ำสัก 1 กก.
2.พริกแกง 1ขีด
3.ไข่ไก่ 1-2 ฟอง
4.ถั่วฝักยาว หรือ ถั่งพลู
5.ใบมะกรูดซอยละเอียดสัก 2 ช้อนโต๊ะ
6.กระเทียม
7.น้ำปลา,ผงปรุงรส

วิธีทำ
1.น้ำปลามาขอดเกล็ดแล้วล้างน้ำให้สะอาด แร่เนื้อสองข้าง (จะมีก้างติดเนื้อไปไม่เป็นไร ปลาเกล็ดพวกนี้ขึ้นชื่อเรื่องก้างเยอะอยู่แล้ว)  ส่วนก้างแกนกลางนั้นเคล้าน้ำปลาผงชูรสตากแดดเดียวทอดกรอบ อร่อยไม่ใช่เล่น ออกนอกเรื่องจนได้ นำเอาเนื้อปลาที่แร่ได้ทั้งหมดนำมาสับให้ละเอียดยิบ ต้องมีน้ำอดน้ำทนหน่อย ไม่ใช่สับ 5 ที 10 ทีเป็นเลิก สับจนเนื้อหนังกระดูรวมเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นค่อยนำมาใส่ครกโขกนวดพรมด้วยน้ำเกลือจนรู้สึกเนื้อปลาเหนียวหนืด จนยกไม้ตีพริก (สาก) ได้ไม่สะดวกนักเป็นอันใช้ได้ นำเนื้อปลาขึ้นพักไว้
 

2.นำพริกแกงที่เตรียมไว้โขลกผสมกับกระเทียมให้ละเอียดเข้ากันอีกทีเพื่อชูกลิ่นหอม ดับกลิ่นคาว จากนั้นนำเนื้อปลาทีพักไว้ลงโขลกผสม ชอบเผ็ดมากก็ผสมพริกแกงมาก ตามใจชอบ  โขลกผสมจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว หยอดผงปรุงรสเพียงเล็กน้อย พร้อมตอกไข่ ผสมลงไปนวดคลุกเคล้าให้เข้ากัน
 

 

 

3.นำถั่วฝักยาว หรือ ถั่วพลู ซอยละเอียดสัก 1 กำมือ,ใบมะกรูดซอยละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ  ผสมนวดคลุกเคล้าจนเข้ากันดี แล้วนำใส่ถุงหรือกล่องซุปเปอร์แวร์ แช่เย็นไว้ในช่องธรรมดาสัก สองสามชั่วโมง ถ้าเป็นกลางแจ้ง ก็ใส่ถุงพลาสติกแช่น้ำแข็งทิ้งไว้ก่อน
 

 

 

 

4. เมื่อได้เวลาทอด ตั้งไฟน้ำมันเยอะหน่อยให้น้ำมันเดือดแล้วลดไฟให้ร้อนปานกลาง นำปลาเห็ดที่ทอดไว้ นำมาทดสอบทอดชมรสดูก่อน จะเห็นว่าผมไม่ได้บอกให้เติมน้ำปลาแต่ต้น ก็เพราะว่า พริกแกง+น้ำเกลือ+ผงปรุงรสที่พรมนวดนั้น ก็เค็มระดับหนึ่งแล้ว ถ้าไม่เค็ม ค่อยเติมน้ำปลานวดปสมภายหลังที่ทอดชิมได้ 

 

 

 

5.ปลาเห็ดไม่นิยมทอดชิ้นหนาเหมือนทอดมันปลากลาย ควรปั้นชิ้นแบน ๆ ขนาดสามนิ้วชิด กำลังสวย ที่ว่านิยมทอดแบน ๆ ก็เพราะปลา พวกหนังหรือก้างที่ถูกสับละเอียด ก็จะกรอบไปด้วยนั่นเอง เวลาทานจะรู้สึกเหนียว ๆ กรึบ ๆ กรอบ ๆ ผสมกับรสเค็ม ๆ เผ็ด ๆ รสเด็ดอย่าบอกใคร จะทานเป็นกับแกล้มก็ดี ทานกับข้าวสวยร้อน ๆ ให้เหงื่อตกก็แหล่ม แต่ถ้าจะให้แจ่ม ต้องไปแอบทอดครับ เพราะขืนทอดต่อหน้าเหล่ากระสือกลางแจ้ง มันจะคอยตอดไม่เต็มจานสักทีนั่นเอง 55555 พบกับเมนูกลางแจ้งใหม่ฉบับหน้าครับ

 

บทความ/ภาพ โดย ตาปู่
<<กลับหน้าเดิม  อ่านหน้าต่อไป>>