
หัวฟูหยอง ติ่มซำ
แต่ละเข่งก็จะมีของมากบ้าง
น้อยบ้างแล้วแต่ขนาด และวัตถุดิบที่ใช้ ซึ่งแน่นอน
สองสาวนั่นก็ต้องไปยืนรอกันอยู่เป็นเวลานานพอควร เพราะนอกจากคนในร้านแล้ว
ยังมีไม่น้อยที่ซื้อกลับไปทานในบ้าน หรือไปทานในรถ แต่สำหรับเรายังไม่กลับในตอนนี้
ขอทานตรงนี้ดีกว่า ติดใจอย่างไรได้ซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านอีก จากรูปแบบของติ่มซำที่จัดแต่ง
ดูดีน่าทาน รสชาดนับว่าใช้ได้ สมราคา รูปร้านก็ตกแต่งได้สวยงาม ตอนผมเดิน
ไปนำมาเพิ่ม
ก็พอจะได้รู้ประวัติชื่อร้านติ่มซำของ หัวฟูหยองมาบ้างเล็กน้อย
เจ้าของร้านชื่อ อ. จันทร์เพ็ญ เป็น อาจารย์ประจำอยู่ที่ เทคโนราชมงคล สุพรรณ ฯ
ชื่อร้าน หัว ฟู หยอง มาจากลักษณะเด่น
ของสามี อ. จันทร์เพ็ญ ครับ (หัวฟู และ หยิกหยอง) เสียดายไม่ได้ถ่ายภาพ สามี เธอมาด้วย
มีคนบอกผมว่าเธอไม่ได้ขายติ๋มซำที่ตลาดแห่งนี้มาแต่ต้น
แต่เธอคงจะขายติ๋มซำคู่กับตลาดสามชุกแห่งนี้ไปอีกนาน ตราบเท่าที่ตลาดชุมชน
สามชุกแห่งนี้ยังรักษาเอกลักษณ์และมาตราฐานของความเป็นตลาดชุมชนแห่งนี้ไว้ได้
มา ณ วันนี้สภาพเศรษฐกิจที่พลิกผันไม่คงที่
ทำให้ผมอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าอาจจะทำให้หลาย ๆ
อาชีพในตลาดสามชุกแห่งนี้จะได้รับผลกระทบ
อย่างน้อยปัจจัยเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงอาจจะทำให้การเดินทางมาท่องเที่ยวตลาดชุมชนแห่งนี้ลดน้อยถอยลง
แต่ ณ วันนี้ท่านที่มีโอกาสมาสุพรรณบุรี
ก็อยากเชิญชวนให้ท่านได้เลยแวะมาเที่ยวตลาดสามชุกและลองแวะมากินติ่มซำเจ้านี้ดู
สักครั้งหนึ่งครับ
ก่อนที่สภาวะเศรษฐกิจและราคาน้ำมันจะเปลี่ยนชื่อมันเป็น
"ติ่มซึม"